กงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาวัดมหาโพธิ์ (Bodhgaya Temple Advisory Board: BTAB) ประจำปี 2569 ณ พุทธคยา รัฐพิหาร

กงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาวัดมหาโพธิ์ (Bodhgaya Temple Advisory Board: BTAB) ประจำปี 2569 ณ พุทธคยา รัฐพิหาร

วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ก.พ. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ก.พ. 2569

| 36 view

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวศิริพร ตันติปัญญาเทพ กงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา พร้อมด้วยนางสาวพีร์ภากรณณ์ เนียมใย กงสุล ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาวัดมหาโพธิ์ (Bodhgaya Temple Advisory Board: BTAB) ประจำปี 2569 ที่พุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย โดย Dr. Safeena A. N., Magadh Commissioner เป็นประธาน และเอกอัครราชทูต/กงสุลใหญ่จากประเทศที่นับถือพุทธศาสนาที่ประจำการอยู่ในอินเดีย ได้แก่ ไทย ลาว ภูฏาน มองโกเลีย เมียนมา ตลอดจน Mahabodhi Society of India ซึ่งเป็นองค์กรพุทธศรีลังกา รวมทั้งผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดีย อาทิ กรมโบราณคดี (Archeological Survey of India) กระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาลรัฐพิหาร สภานิติบัญญัติรัฐพิหาร คณะกรรมการบริหารวัดมหาโพธิ์พุทธคยา (Bodhgaya Temple Management Committee: BTMC) นายอำเภอคยา องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นตำบลพุทธคยา ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจ ผู้แทนหน่วยงานรักษาความปลอดภัย และผู้แทนจากกรมกิจการสงฆ์ รัฐสิกขิม เข้าร่วมการประชุม

ที่ประชุมได้หารือความคืบหน้าการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่วัดมหาโพธิ์ การอำนวยความสะดวกผู้แสวงบุญ การเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัย การปรับปรุงทัศนียภาพให้สวยงาม การทำความสะอาดพระมหาเจดีย์พุทธคยา การบำรุงรักษาต้นพระศรีมหาโพธิ์ การปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่บริเวณรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยา และปรังปรุงทัศนียภาพบริวณโดยรอบพื้นที่และยกระดับเมืองพุทธยาให้เป็น “นครแห่งการตรัสรู้” เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของพระพุทธศาสนา ยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้เยี่ยมชมด้วยการท่องเที่ยวเชิงสติ  ปรับประสบการณ์การแสวงบุญให้เป็นการเดินทางทางจิตวิญญาณ เพื่อส่งเสริมการพำนักของผู้แสวงบุญที่ยาวนานยิ่งขึ้น  

กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวถึงภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ฯ ว่ามีหน้าที่ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านศาสนาระหว่างไทยกับอินเดียในรัฐพิหาร ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงประเทศไทยและอินเดีย โดยพุทธคยาเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยเดินทางมาแสวงบุญปีละประมาณ 80,000 คนต่อปี รวมทั้งการมีอยู่ของวัดไทย 16 แห่งในพุทธคยา ได้ตอกย้ำสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้งระหว่างไทยกับอินเดีย กงสุลใหญ่ฯ แสดงความขอบคุณต่อนายอำเภอคยา หน่วยงาน BTMC และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดแก่สถานกงสุลใหญ่ฯ วัดไทย และผู้แสวงบุญชาวไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดกิจกรรม “ธรรมนาวา วัง เรือหลวงแห่งธรรม นำสู่แดนพุทธภูมิ” ระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง   

นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้เสนอให้มีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อาทิ การจัดช่องทางเข้าพิเศษสำหรับชาวต่างชาติ ณ ทางเข้าหลักของวัดมหาโพธิ์ เพื่อช่วยลดระยะเวลารอคอย การเพิ่มเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมบริเวณทางเข้ามหาโพธิเจดีย์ไปสักการะพระพุทธเมตตา เพื่อช่วยดูแลการจัดคิวอย่างเป็นระเบียบ การเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ซึ่งเรียกเงินจากผู้แสวงบุญ และมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางจิตวิญญาณของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้ขอให้เมืองคยาพิจารณาปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดระเบียบบริเวณด้านหน้าวัดไทยพุทธคยาซึ่งปัจจุบันมีร้านค้า รถสามล้อ และรถถังเก่าอยู่บริเวณทางเข้าหลักซึ่งกีดขวางทางเข้าวัด และเน้นย้ำว่า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลรัฐพิหาร BTAB และ BTMC อย่างใกล้ชิด เพื่ออนุรักษ์และธำรงไว้ซึ่งมรดกศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธคยาเพื่อชนรุ่นหลังต่อไป

การประชุม BTAB เป็นกลไกกำหนดนโยบายการบริหารจัดการพุทธสถานที่สำคัญใยอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดพระศรีมหาโพธิ์ จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลรัฐพิหาร ตั้งแต่ปี 2492 (ค.ศ. 1949) มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้แทนประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการวัดมหาโพธิ์พุทธคยาตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดียกับคณะทูตานุทูตของประเทศพุทธต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในอำเภอคยา รัฐพิหาร S__69214248   S__69214249   S__69214254    S__69214250   S__69214252   S__69214253